เมื่อตำแหน่งงานสำคัญของบริษัทว่างลงและกระบวนการสรรหาภายในอาจใช้เวลานานเกินไป ผู้บริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคลหลายรายมักหันมาพิจารณาบริษัทจัดหางานเป็นตัวเลือกแรก คำถามที่ตามมาเสมอคือ บริษัทจัดหางานดีไหม และคุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องจ่ายหรือเปล่า
ความเป็นจริงคือไม่มีใครตอบได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ บริษัทจัดหางานมีทั้งข้อได้เปรียบที่ชัดเจนและข้อจำกัดที่มักไม่ถูกพูดถึงในการนำเสนอขาย บทความนี้จึงรวบรวมทั้งสองด้านไว้พร้อมกัน เพื่อให้ผู้บริหารและ HR สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนก่อนที่จะฝากประวัติหรือมอบหมายงานสรรหาให้ใคร
บริษัทจัดหางาน คืออะไร และทำงานอย่างไร
บริษัทจัดหางานคือตัวกลางที่เชื่อมระหว่างองค์กรที่ต้องการพนักงานกับผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ โดยมีการรับค่าธรรมเนียมเมื่อผู้สมัครที่แนะนำผ่านการคัดเลือกและเริ่มงานสำเร็จ รูปแบบนี้แตกต่างจากการโพสต์ประกาศรับสมัครทั่วไปตรงที่บริษัทจัดหางานจะทำหน้าที่กรองและประเมินผู้สมัครในเบื้องต้นแทนองค์กร
กระบวนการทำงานของบริษัทจัดหางาน
โดยทั่วไป กระบวนการเริ่มต้นจากการรับบรีฟงานจากองค์กรซึ่งครอบคลุมไปถึงคุณสมบัติ ประสบการณ์ที่ต้องการ และเงินเดือน
จากนั้นบริษัทจัดหางานจะค้นหาผู้สมัครจากฐานข้อมูลของตนเอง เครือข่ายส่วนตัว และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ก่อนส่งประวัติผู้ที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นให้องค์กรพิจารณา
โดยส่วนใหญ่ค่าธรรมเนียมมักคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนปีแรกของผู้ที่ได้รับการบรรจุ ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 15-30 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งและประเภทของบริการ
รูปแบบบริการที่พบบ่อยในไทย
บริษัทจัดหางานในไทยแบ่งออกได้เป็นหลายรูปแบบตามลักษณะงานที่ให้บริการ เช่น
แบบ Contingency Fee
คือการที่บริษัทจัดหางานรับค่าธรรมเนียมเฉพาะเมื่อองค์กรรับผู้สมัครที่แนะนำเข้าทำงานจริง
แบบ Retained Fee
มีการจ่ายค่าธรรมเนียมล่วงหน้าบางส่วนก่อนเริ่มกระบวนการสรรหา ซึ่งมักใช้กับการหาผู้บริหารระดับสูงหรือ Executive Search
นอกจากนี้ยังมีบริการจัดหางานชั่วคราวสำหรับตำแหน่งระยะสั้น ซึ่งมีโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างออกไป
ข้อดีของการใช้บริษัทจัดหางาน
ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการสรรหา
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของบริษัทจัดหางานคือการลดภาระงานให้กับทีม HR โดยตรง การสรรหาตำแหน่งเดียวที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอาจใช้เวลาของ HR หลายสิบชั่วโมง ตั้งแต่การโพสต์ประกาศ คัดกรองประวัติ นัดสัมภาษณ์ และติดตามผล การมอบหมายขั้นตอนเหล่านี้ให้บริษัทจัดหางานจะช่วยให้ทีมภายในสามารถมุ่งเน้นไปที่งานเชิงกลยุทธ์ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่องค์กรมีการเปิดตำแหน่งหลายตำแหน่งพร้อมกัน
ลดความเสี่ยงจาก Bad Hire ในตำแหน่งสำคัญ
ต้นทุนของการจ้างงานแล้วได้พนักงานที่ดีหรือพนักงานที่ทำงานไม่ได้ตามมาตรฐานในตำแหน่งระดับกลางถึงระดับสูง ไม่ได้มีเพียงค่าจ้างที่เสียไปแล้วไม่คุ้มทุน แต่ยังรวมถึงผลกระทบต่อทีม โปรเจกต์ที่ล่าช้า และต้นทุนในการสรรหาใหม่อีกครั้ง บริษัทจัดหางานที่มีประสบการณ์มักมีกระบวนการประเมินผู้สมัครในเชิงลึกที่มากกว่าการอ่านประวัติ ทั้งการตรวจสอบอ้างอิง การประเมินทัศนคติและ Soft Skills รวมถึงการวิเคราะห์ความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กรนั้น ๆ ซึ่งช่วยกรองความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง
ข้อเสียของการใช้บริษัทจัดหางาน
ค่าธรรมเนียมและโครงสร้างต้นทุนที่ต้องทำความเข้าใจ
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้บริการคือโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่อาจดูไม่แพงในตอนแรก แต่เมื่อคำนวณกับเงินเดือนจริงของตำแหน่งระดับสูง ตัวเลขอาจสูงกว่าที่คาดไว้มาก นอกจากนี้ บริษัทจัดหางานบางแห่งอาจจะมีเงื่อนไขการรับประกันและการเปลี่ยนผู้สมัครที่มีระยะเวลาจำกัดมาก หากผู้ที่ได้รับการบรรจุลาออกหลังพ้นช่วงรับประกัน องค์กรจะต้องแบกรับต้นทุนการสรรหาใหม่ทั้งหมด ดังนั้นการอ่านรายละเอียดสัญญาและเงื่อนไขให้ครบถ้วนก่อนลงนามจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรข้ามขั้นตอน
คุณภาพผู้สมัครอาจไม่สม่ำเสมอและไม่มีอะไรการันตีคุณภาพได้
บริษัทจัดหางานไม่ได้มีคุณภาพเท่ากันทุกแห่ง บางรายส่งประวัติผู้สมัครจำนวนมากโดยไม่ผ่านการคัดกรองเชิงลึก ซึ่งเป็นการสร้างภาระให้ทีม HR ต้องมาคัดกรองซ้ำอีกชั้นหนึ่ง ในขณะที่บางรายมีกระบวนการประเมินที่รัดกุมและส่งเฉพาะผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์จริงๆ ปัญหาจึงไม่ใช่รูปแบบการใช้บริษัทจัดหางานโดยรวม แต่อยู่ที่การเลือกพาร์ทเนอร์ที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการขององค์กร
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่ควรระวัง
ประเด็นที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุดแต่มีผลมากที่สุดคือโครงสร้างแรงจูงใจของบริษัทจัดหางาน เนื่องจากค่าธรรมเนียมจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อบริษัทรับผู้สมัครใหม่ ในบางกรณีจึงอาจมีแรงกดดันให้ปิดงานให้เร็วที่สุด แต่ไม่เน้นเรื่องความถูกต้อง โดยเฉพาะในรูปแบบ Contingency หรือ ค่าธรรมเนียมตามผลลัพธ์ ที่บริษัทจัดหางานหลายแห่งแข่งกันนำเสนอตำแหน่งเดียวกันเพื่อหวังค่าธรรรมเนียม ผู้ว่าจ้างจึงควรตั้งเกณฑ์คัดเลือกผู้สมัครของตนเองให้ชัดเจน และไม่ปล่อยให้ความเร่งรีบของกระบวนการมาแทนที่การประเมินที่รอบคอบ
บริษัทจัดหางานเหมาะกับกรณีไหนบ้าง
กรณีที่ควรใช้บริษัทจัดหางาน
บริษัทจัดหางานมีประโยชน์สูงสุดเมื่อองค์กรต้องการสรรหาตำแหน่งที่หายากในตลาด เช่น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีจำนวนน้อยในอุตสาหกรรม หรือตำแหน่งระดับผู้บริหารที่ต้องการเครือข่ายและความน่าเชื่อถือในการเข้าถึง นอกจากนี้ หากทีม HR ภายในมีเวลาและ Workload ที่จำกัด และยังต้องรับมือกับการเปิดรับหลายตำแหน่งในช่วงเวลาเดียวกัน การเลือกใช้บริษัทจัดหางานจะช่วยให้กระบวนการสรรหาดำเนินไปได้โดยไม่ทำให้คุณภาพการสรรหาโดยรวมลดลง
กรณีที่ควรสรรหาเอง
ในทางกลับกัน หากองค์กรต้องการสรรหาตำแหน่งที่มีผู้สมัครจำนวนมากในตลาด เช่น ตำแหน่งปฏิบัติการทั่วไปหรืองาน Entry Level การโพสต์ประกาศเองมักให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่าทั้งในด้านต้นทุนและคุณภาพ เช่นเดียวกับกรณีที่งบประมาณด้านการสรรหามีจำกัดและตำแหน่งไม่ได้ต้องการทักษะหายาก ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้บริษัทจัดหางานอาจไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับมูลค่างานที่ได้รับ
วิธีเลือกและประเมินบริษัทจัดหางาน
การเลือกบริษัทจัดหางานที่เหมาะสมควรผ่านกระบวนการประเมินอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การตัดสินใจจากชื่อเสียงหรือการแนะนำต่อ ๆ กันเพียงอย่างเดียว
ควรเริ่มจากการตรวจสอบว่าบริษัทจัดหางานนั้นมีประสบการณ์และฐานผู้สมัครในประเภทธุรกิจที่ตรงกับความต้องการขององค์กรหรือไม่ โดยขอดูหลักฐานผลงานจริงในรูปแบบกรณีศึกษาหรือรายชื่อลูกค้าอ้างอิงในอุตสาหกรรมเดียวกัน
คำถามที่ควรถามก่อนลงนามสัญญา
ก่อนตัดสินใจเลือกบริษัทจัดหาแรงงานมีคำถามสำคัญที่ฝ่าย HR ควรถามโดยตรง ได้แก่
- กระบวนการคัดกรองผู้สมัครเบื้องต้นเป็นอย่างไร
- ระยะเวลารับประกันผู้สมัครครอบคลุมกรณีใดบ้าง หากผู้สมัครลาออกหรือถูกเลิกจ้างในช่วงรับประกันจะดำเนินการอย่างไร
- บริษัทจัดหางานจะนำเสนอผู้สมัครคนเดียวกันให้องค์กรอื่นพร้อมกันหรือไม่
คำถามเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าบริษัทจัดหางานนั้นให้ความสำคัญกับคุณภาพหรือปริมาณมากกว่ากัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: บริษัทจัดหางานดีไหม เหมาะกับทุกองค์กรหรือเปล่า?
A: บริษัทจัดหางานเหมาะกับองค์กรที่ต้องการสรรหาพนักงานระดับบริหารหรือตำแหน่งเฉพาะทางที่หายากในตลาด แต่สำหรับโรงงานหรือสถานประกอบการที่ต้องการพนักงานจำนวนมาก การใช้บริษัทจัดหางานอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร ซับคอนแทรคจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าสำหรับองค์กรที่ต้องการกำลังคนจำนวนมากและต้องการระบบบริหารที่ครบวงจร เพราะไม่ใช่แค่การจัดหาคน แต่ยังมี HR ประจำหน้างาน คอยดูแล ควบคุม และประสานงานให้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ว่าจ้างไม่ต้องแบกรับภาระด้านการบริหารบุคคลเพิ่มเติม
Q: ค่าธรรมเนียมบริษัทจัดหางานโดยทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่?
A: ส่วนใหญ่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนปีแรก โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 15-30 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งและรูปแบบบริการ ควรเปรียบเทียบเงื่อนไขและระยะรับประกันจากหลายแห่งก่อนตัดสินใจ
Q: ควรใช้บริษัทจัดหางานกี่แห่งพร้อมกัน?
A: การใช้หลายแห่งพร้อมกันอาจทำให้ตำแหน่งดูมีมูลค่าน้อยลงในสายตาตลาด และอาจทำให้เกิดการส่งผู้สมัครคนเดียวกันซ้ำซ้อน การเลือกพาร์ทเนอร์ที่ตรงสายงาน 1-2 แห่ง แล้วกำหนดขอบเขตและ SLA หรือสัญญาอย่างเป็นทางการระหว่างผู้ให้บริการและลูกค้าที่ชัดเจนมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
Q: หากผู้สมัครที่ได้รับการบรรจุลาออกเร็ว จะทำอย่างไร?
A: ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขรับประกันในสัญญา ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าระยะรับประกันครอบคลุมกี่เดือนและมีเงื่อนไขอะไรบ้าง เพื่อให้ทราบล่วงหน้าว่าจะได้รับการสรรหาทดแทนหรือต้องแบกรับต้นทุนเอง
สรุปข้อดีของบริษัทจัดหางาน
สำหรับคำถามที่ว่าบริษัทจัดหางานดีไหมนั้น ขึ้นอยู่กับว่า สถานการณ์และการเลือกพาร์ทเนอร์เหมาะสมหรือไม่ ถ้าเป็นตำแหน่งที่ต้องการทักษะเฉพาะ หายากในตลาด หรืออยู่ในระดับบริหาร บริษัทจัดหางานสามารถช่วยลดระยะเวลาสรรหาและเข้าถึง Passive Talent ได้จริง แต่หากเลือกพาร์ทเนอร์โดยไม่ตรวจสอบกระบวนการและเงื่อนไขให้ดี ต้นทุนที่จ่ายไปอาจไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
ดังนั้น การตัดสินใจที่ดีที่สุดคือการประเมินทั้งความต้องการขององค์กรและคุณภาพของบริษัทจัดหางานอย่างรอบด้านก่อนลงนามสัญญา หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรสำหรับองค์กรของคุณ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญด้านงานจัดหาพนักงานของเราได้โดยตรง